• 15 May 2020 at 21:47

กล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เพื่อค้นพบตัวตนอย่างแท้จริง ของคุณศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และ คุณพิสิฐ จงนรังสิน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Tube Gallery

       บทสัมภาษณ์พิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบทางความคิด ที่อาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ ในฐานะตัวแทนของนิยามคำว่า “The Individual” ในแบบฉบับของ BMW

       คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และคุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน สองดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง Tube Gallery ที่กล้าฉีกทุกกฎเกณฑ์ของการดีไซน์ให้เสื้อผ้าทุกชิ้นออกมาเป็นสไตล์ของตัวเองอย่างน่าจดจำ

คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์

อะไรที่ทำให้คุณเต้กับคุณยุ่ยสนใจเรื่อง Fashion Design ทั้งที่ไม่ได้เรียนด้านนี้มาตั้งแต่แรก

คุณเต้ : “มันเป็นเรื่องของความรักความชอบส่วนตัว เวลาที่ดูหนังดูละครก็จะสนใจดูเรื่องการแต่งตัวก่อนเลย ว่าเขาแต่งตัวกันยังไง หรือเวลาดูแฟชั่นตามนิตยสารก็จะดูว่าใครเป็นดีไซเนอร์ ใครขึ้นปก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความชอบที่เติบโตมาพร้อมกับตัวเอง ”

คุณยุ่ย : “สำหรับผมความสนใจเรื่องแฟชั่นมีติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณแม่เป็นครูสอนตัดเสื้ออยู่ที่ร้านพรศรีจึงได้คลุกคลีจนซึมซับอยู่ในสายเลือด ประกอบกับสมัยเรียนทั้งผมและคุณเต้ได้เรียนทางด้านศาสตร์ของเธียเตอร์ จึงได้ปูพื้นฐานทางด้านเสื้อผ้ามาแล้วในระดับหนึ่งแม้จะไม่ได้เรียนทางด้านแฟชั่นมาโดยตรง”

มีวิธีค้นหาความเป็นตัวตน Individual ของตัวเองยังไงบ้าง

คุณเต้ : "ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของเวลาที่ค่อยๆ เพาะบ่มคำว่า “Individual” หรือ “ตัวตน” สำหรับเราทั้งคู่ เราใช้เวลากับมันพอสมควร เพราะเราไม่ได้เรียนมา อาศัยครูพักลักจำ อย่างเช่นช่วงแรกของการทำให้เนื้องานออกมาน่าสนใจ น่าตื่นเต้น มันไม่เหมือนกันสักครั้ง เพราะพวกเรายังไม่เจอตัวตนของตัวเองจริงๆ แล้วมันคือเรื่องของเวลา”

คุณยุ่ย : “สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานของผมเลยคือ ทำในสิ่งที่เรารักและเชื่อมั่นในตัวตนของเราเอง เพราะถ้าเกิดเราไปลอกงานจากคนอื่น ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีความเป็นตัวตนของเราอยู่ ฉะนั้นถ้าเราทำในสิ่งที่เรารักและเราหาตัวตนของเราเจอเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเราจะรู้ว่าเราจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่นเขาได้”

อะไรที่ทำให้คุณทั้งสองอยากมาทำงานทางด้านสายแฟชั่น

คุณยุ่ย : “ด้วยความที่เติมโตมากับคุณแม่ที่เป็นครูสอน Pattern เลยได้เห็นการทำงานของแกตั้งแต่ยังเด็ก มันทำให้เราซึมซับว่างานนี้มันมีคุณค่าในเรื่องของศิลปะและการแต่งกาย”

คุณเต้ : “สำหรับผมมันเป็นความชอบและความรักในแฟชั่นเป็นการส่วนตัว ตอนเด็กมีความรักอยู่ 2 อย่างคือ การละคร แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบเรื่องของแฟชั่น ซึ่ง ณ วันนี้ Tube Gallery ก็มีโอกาสได้ทำทั้ง 2 อย่างไปพร้อม ๆ กัน คือการออกแบบเสื้อผ้าที่ใช้ในการละครทั้งในและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นความรักความชอบมันคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่ทำให้เราเดินมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าเราจะไม่รับการฝึกฝนหรือเรียนรู้มาในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผนมาก็ตาม”

                              คุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน 

       “และข้อดีของการที่ไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างมีระเบียบแบบแผน มันทำให้เราอยากทำอะไรก็ได้ ที่อยากทำ โดยไม่ต้องทำอะไรตามกฎเกณฑ์ และการที่ไม่ทำอะไรตามกฎเกณฑ์ มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ได้ค้นหาในสิ่งที่คนอื่นอาจมองไม่เห็นก็ได้ เช่น คนอื่นอาจจะบอกว่า 1 + 1 = 2 สำหรับเรา 1 + 1 อาจจะ = 11 ก็ได้ ” คุณยุ่ย กล่าวเสริม

สำหรับแบรนด์ Tube Gallery มีวิธีค้นหาตัวเองยังไงว่านี่แหล่ะ คือสไตล์ที่ใช่

คุณเต้ : ช่วงเริ่มทำงานแรกๆ คงไม่มีอะไรจะช่วยเราไปได้มากกว่า กาลเวลา เรามีความฟุ้งซ่านมากในการทำงานจนทำให้เราหลุดออกนอกกรอบของตัวเองไปบ้าง และคนรอบข้างเนี่ยแหล่ะที่ค่อยบอกเราว่า ความฟุ้งซ่านอะไรของเราที่มันเวิร์ค แล้วอะไรที่เราฟุ้งซ่านแล้วมันไม่บ้า เพราะฉะนั้นเราก็เลยค่อยๆใช้กาลเวลาและคนรอบตัวค่อยๆ ปั้นตัวตนเราขึ้นมา”

คุณยุ่ย : “สำหรับผมการที่จะทำงานพวกนี้ได้ สิ่งแรกที่สำคัญเลยคือเราต้องใจรักและทุ่มเทกับมัน เพราะไม่อย่างนั้นเราจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราจะทำมันคืออะไร การที่จะค้นหาตัวตนของเราเจอมันต้องใช้เวลาลองถูกลองผิดกับมัน เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราได้ใช้เวลาลองจับสิ่งที่ผิดมาทำให้มันถูก จนกลายเป็นผลงานขึ้นมาได้”

       สิ่งสำคัญในการปั้นตัวตนของแบรนด์ Tube Gallery ขึ้นมาได้ นอกจากกาลเวลาแล้ว คือใจรักและการทุ่มเท ที่จะกล้าลองผิดลองถูกจนประสบผลสำเร็จที่ทั้งคู่ทิ้งท้ายกับเราด้วยคำพูดว่า  “จงเชื่อมั่นว่าเราเป็นคนอื่นไม่ได้ เราเป็นได้แค่ตัวเราเอง” 

       และนี่คือทั้งหมดของคุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และคุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน สองดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Tube Gallery กับคำว่า “The Individual” ในแคมเปญ EXPERIENCE THE 7 จาก BMW เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง