• 15 พฤศจิกายน 2018 at 07:32

“ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” เปิดตัว

“สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์ซี” 

และ “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์อี”

รถมอเตอร์ไซค์ที่สุดของการขับขี่เพื่อสายลุยตัวจริง

           ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ ““สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์ซี” (Scrambler 1200 XC) และ “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์อี’’ (Scrambler 1200 XE) ) รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสายลุยที่มาพร้อมเครื่องยนต์แรงบิดสูงสูบคู่ขนาด 1,200 ซีซี และเกณฑ์มาตรฐานใหม่ทั้งหมด นำเสนอความสามารถแบบ Dual Purpose และสไตล์การตกแต่งแบบโมเดิร์น พร้อมด้วยคุณลักษณะเฉพาะและเทคโนโลยีชั้นนำรวมถึงรูปลักษณ์ซึ่งหลอมรวมเข้ากับ DNA ของสแครมเบลอร์ของไทรอัมพ์ที่โดดเด่น ตลอดจนความสามารถของรถสไตล์แอดเวนเจอร์เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างแท้จริง ซึ่งทั้ง 2 รุ่น เป็นรถมอเตอร์ไซค์คันแรกของโลกที่ติดตั้งระบบควบคุมกล้อง GoPro และระบบนำทางแบบ Turn-by–turn ถือเป็นครั้งแรกของรถมอเตอร์ไซค์โมเดิร์นคลาสสิกยุคใหม่ที่ก้าวขึ้นไปอีกขั้น และนี่คือนิยามของรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสายลุยตัวจริงแห่งการขับขี่ โดยพร้อมให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด รวมถึงจับจองเป็นเจ้าของภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2018 ณ บูธไทรอัมพ์ G07 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 – วันที่ 10 ธันวาคม 2561

       นายจักรพงษ์ ศานติรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า ไทรอัมพ์มีความภูมิใจที่จะนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์โมเดิร์นคลาสสิกยุคใหม่ที่ก้าวขึ้นไปอีกขั้น ได้แก่ “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์ซี” (Scrambler 1200 XC) และ “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์อี’’ (Scrambler 1200 XE) รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสไตล์แอดเวนเจอร์ที่สามารถใช้งานแบบ Dual Purpose ได้รับการพัฒนามาจากรถสแครมเบลอร์ดั้งเดิมในช่วงต้นปี ค.ศ. 1960 โดยได้ออกแบบใหม่เป็นรถสไตล์คัสตอมและได้รับการตกแต่งใหม่แบบโมเดิร์นคลาสสิก เพื่อให้มีความทันสมัยเข้ากับศตวรรษที่ 21 แต่ยังคงไว้ซึ่งความงามดั้งเดิมอันไร้ขีดจำกัดของเวลา เรียกได้ว่าทั้งรายละเอียดและการตกแต่งถือเป็นรถที่ดีที่สุดในทุกมิติ และนี่คือนิยามของรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสายลุยตัวจริงแห่งการขับขี่ที่ไม่ควรพลาด

        นายจักรพงษ์ กล่าวต่อว่าสำหรับ สำหรับ  “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์ซี” (Scrambler 1200 XC) เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสำหรับการขับขี่บนทุกสภาพถนน และการขับขี่แบบออฟโรด (Off- Road) ส่วน “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์อี’’ (Scrambler 1200 XE) สามารถขับขี่บนถนนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดอันน่าตื่นเต้นที่มากกว่าเดิม โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์แรงบิดสูงสูบคู่ขนานขนาด 1,200 ซีซี รุ่นล่าสุด โดยให้พละกำลังสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 7,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 110 นิวตันเมตร ที่ 3,950 รอบต่อนาที พร้อมมอบเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบสแครมเบลอร์ที่นุ่มลึกด้วยท่อไอเสียคู่คุณภาพสูง ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับสแครมเบลอร์โดยเฉพาะ 

          ด้านขีดความสามารถผสานเทคโนโลยีศาสตร์ชั้นนำอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็น แผงหน้าจอ TFT เจเนอเรชั่น 2 โดยในรุ่น “Scrambler 1200 XC” มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 แบบ ได้แก่ ถนน (Road) ฝนตก (Rain) ออฟโรด (Off-Road) สปอร์ต (Sport) และการขับขี่ที่กำหนดตามลักษณะของผู้ขับขี่ (Rider) และเพิ่มเติมโหมด Off-Road pro ในรุ่น “Scrambler 1200 XE” เพื่อการขับขี่แบบผจญภัยที่เหนือชั้นยิ่งกว่า มีระบบ ABS ระบบการควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control) ระบบไฟ LED และไฟหน้า DRL ที่เป็นเอกลักษณ์ ปุ่มสวิตช์ไฟซ้าย-ขวาที่ใช้งานได้ง่าย และจอยสติ๊กควบคุม 5 ทิศทาง คลัตช์ช่วยผ่อนแรง (Torque-assist clutch) ระบบสตาร์ทไร้กุญแจ (Keyless ignition) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ตลอดจนช่องชาร์จไฟผ่านพอร์ท USB ใต้เบาะที่นั่ง ระบบป้องกันการโจรกรรม (Immobiliser) และอุปกรณ์เสริมระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS – Tyre Pressure Monitoring System) เป็นต้น ทั้งนี้ในรุ่น “Scrambler 1200 XE” จะมีระบบ ABS ในการเข้าโค้ง (Optimised Cornering ABS) และระบบการควบคุมการยึดเกาะถนนในการเข้าโค้ง (Optimised Cornering Traction Control) พร้อมระบบตรวจจับแรงเฉื่อย (IMU - Inertial Measurement Unit) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งพัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Continental ช่วยให้การทำงานของระบบ ABS ในขณะเข้าโค้ง และการควบคุมการยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างเหมาะสม และอัตราเร่งให้สอดคล้องกับคุณสมบัติความปลอดภัยที่เหมาะสม 

          นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่น ยังติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น สวิงอาร์มที่ทำจากอะลูมิเนียมสำหรับการเดินทางไกล โดยจะมีขนาดยาวกว่าในรุ่น XE  นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านวิศวกรรมของคุณลักษณะเฉพาะ ยังมีเบรกสุดพรีเมี่ยมจาก Brembo M50 radial monobloc พร้อมคาลิปเปอร์ ชุดกันสั่นสะเทือนหน้าจาก Showa และด้านหลังตัวใหม่จาก Ohlins รวมถึงชุดควบคุมที่พักเท้าแบบพับได้ และปรับได้ในรุ่น XE พร้อมยางคุณภาพเยี่ยม ทั้งยางชนิดไม่มียางใน (Tubeless tyre) โดยมาพร้อมกันกับล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว ที่เหมาะสำหรับการขับขี่ที่มุ่งเน้นการผจญภัย และที่ไทรอัมพ์ภูมิใจนำเสนอคือรถมอเตอร์ไซค์“สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์ซี” และ “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์อี’’ ถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์คันแรกของโลกที่ติดตั้งระบบควบคุมกล้อง GoPro และระบบนำทางแบบ turn-by–turn (ระบบแจ้งเตือนแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว) รวมถึงการโทรศัพท์ คุยสายสนทนา และการควบคุมการเล่นเพลง ซึ่งสามารถใช้งานได้ร่วมกับชุดอุปกรณ์บลูทูธเสริม 

           ด้านรูปลักษณ์รถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นสไตล์คัสตอมตกแต่งโมเดิร์นในแบบของสแครมเบลอร์โดยมีรายละเอียดและการตกแต่งที่เป็นสุดยอดของรุ่น เป็นการวางต้นแบบให้เห็นว่ารถสแครมเบลอร์ในศตวรรษที่ 21 ควรจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และเมื่อหลอมรวมกับ DNA การออกแบบของสแครมเบลอร์ดั้งเดิม ทั้งความงดงามแบบไร้ขีดจำกัดของเวลา ทำให้รถรุ่น XC และ XE มีรายละเอียดของ สแครมเบลอร์ ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ อาทิ ถังน้ำมันแบบสแครมเบลอร์เส้นสายคมชัดอย่างแนบเนียนที่ออกแบบมาใหม่ และถังแบบ cut-Away ในแบบของสแครมเบลอร์สุดคลาสสิก ล้อซี่ลวดแบบยึดด้านข้างที่มีความสวยงามในเชิงวิศวกรรม ฝาถังสไตล์ Monza ทำจากอะลูมิเนียมแบบขัดเงา สายรัดสแตนเลสแบบขัดเงา รวมถึงเบาะนั่งสุดคลาสสิกและเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นสุดยอดรถมอเตอร์ไซค์ใน

รุ่นScrambler 1200 XE ยังมีรายละเอียดที่พรีเมี่ยมมากกว่าเดิม รวมไปถึงการเป็นรถมอเตอร์ไซค์คันแรกที่มีตราสัญลักษณ์สามเหลี่ยมอันโดดเด่นของไทรอัมพ์อยู่บนตัวถังน้ำมัน ซึ่งยังรวมไปถึง แฮนด์การ์ดพร้อมสายรัดทำจากอะลูมิเนียม ก้านเบรก Brembo MCS แฮนด์บาร์สีเงิน risers และ clamp สีดำ และโช้คสีทอง เป็นต้น

        ทั้งนี้รถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์ซี” และ “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์อี’’ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้ตรงใจ จึงมีอุปกรณ์เสริมให้เลือกสรรกว่า 80 รายการ ที่ช่วยส่งต่อการขับขี่โดยเน้นแบบออฟโรด พร้อมบ่งบอกสไตล์ที่มากขึ้น และประโยชน์ในการใช้งานได้มากกว่าเดิมในทุกวัน รวมทั้งชุดตกแต่งสร้างแรงบันดาลใจใหม่ 2 ชุด เพื่อแสดงให้เห็นบุคลิกทั้ง 2 แบบของรถรุ่นใหม่นี้ เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นให้แก่นักบิดที่อยากจะออกแบบ Scrambler 1200 ในสไตล์ของตัวเอง หรืออยากจะติดตั้งทั้งเซ็ต อันประกอบไปด้วยชุด Escape kit เหมาะสำหรับการบรรทุกสิ่งของแบบเต็มพิกัด และชุด Extreme kit ซึ่งเน้นการเดินทางแบบออฟโรดมากยิ่งขึ้น ตลอดจนคอลเลกชันเสื้อผ้าของสแครมเบลอร์เพื่อความลงตัวในการขับขี่ขั้นสมบูรณ์แบบ อาทิ เสื้อยืดแขนสั้น แว่นกันลมลายตารางหมากรุก เสื้อผ้าสำหรับการขับขี่ ชุดลำลองสำหรับหญิงและชาย นายจักรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

            “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์ซี” (Scrambler 1200 XC) มาพร้อมกับ 2 สี ได้แก่ สี Jet Black / Matt Black และสี Khaki Green / Brooklands Green ส่วน “สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์อี’’ (Scrambler 1200 XE) มีให้เลือก 2 สีสุดพรีเมี่ยมเช่นกัน ได้แก่  Fusion White / Brooklands Green และสี Cobalt Blue / Jet Black โดยมีกำหนดเผยโฉมและเปิดให้จับจองอย่างเป็นทางการ ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2018 ณ บูธไทรอัมพ์ G07 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 - วันที่ 10 ธันวาคม 2561