• 31 ตุลาคม 2018 at 13:24

FORD RANGER RAPTOR

"รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง แกร่งมาตั้งแต่เกิด”

เรื่อง:ปิยวัฒน์ จิตมา 

ภาพ:ฟอร์ด ไทยแลนด์ 

เมื่อ ดีเอ็นเอ ของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) ได้ถูกถ่ายทอดสู่รถกระบะภายใต้ชื่อ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จึงทำให้เรนเจอร์ แร็พเตอร์กลายเป็นกระบะที่มีพลังสูงพร้อมลุยไปทุกที่ในทันที แล้วก็ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของตลาดฟอร์ดในเมืองไทยย้ำถึงความแกร่งไปอีกขั้น

ชื่อของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาถึงเมืองไทย รวมถึงเปิดให้ลูกค้าได้จองเพื่อเป็นเจ้าของ ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดี ด้วยสมรรถนะสูงที่สัมผัสได้จริง รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆที่ถูกใส่เข้ามา ยิ่งทำให้ทุกอย่างน่าสัมผัสอย่างยิ่ง เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผ่านขั้นตอนการออกแบบ ผลิต และทดสอบจากทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเม้นท์ตลาดรถกระบะในฐานะรถกระบะสมรรถนะสูงของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ทั้งนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อนักขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง โดยตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบรถกระบะสายพันธุ์ “เกิดมาแกร่ง” ให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเท่าที่เคยมีมา ซึ่งการทดสอบต่อเนื่องและยาวนานในทุกสภาพเส้นทางที่จัดว่าโหดที่สุดเพื่อยืนยันถึงความแข็งแกร่ง

ฟอร์ดเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นรถกระบะที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถตลาดที่สมรรถนะสูง เต็มเปี่ยมทุกมิติ ขณะเดียวกันช่วงล่างของฟอร์ดแร็พเตอร์ ยังได้ถูกยกย่องว่าเป็นรถกระบะที่มีช่วงล่างดีที่สุดจากโรงงาน โดยช่วงล่างดังกล่าวนั้นเป็นได้เกิดเป็นรูปธรรมโดยทีมฟอร์ดและฟ็อกซ์ เรซซิ่ง (FOXRACING) ผู้เชี่ยวชาญด้านช่วงล่างแนวออฟโรดมากที่สุด ซึ่งการพัฒนาใช้ระยะเวลายาวนานเพื่อให้ ฟอร์ดแร็พเตอร์มีความลงตัวในทุกสภาพเส้นทางมากที่สุด เราแทบไม่ต้องสงสัยในระบบช่วงล่างบนเส้นทางที่เราทดสอบถือว่าโหดอยู่เหมือนกัน ครบทุกสภาพเส้นทาง “เห็นแล้วไป”อาจารย์(Instructor) ผู้เชี่ยวชาญกำชับเราแล้วสั่งให้เร่งเครื่องในทันที พื้นถนนที่ที่เป็นเส้นทางวิบากแบบออฟโรด กรวดลอย หรือหลุมต่างๆ ไม่ได้ส่งผลให้โช้คอัพ ฟ็อกซ์ เรซซิ่ง(FOXRACING) เสียอาการ ทว่าในมุมตรงกันข้ามมันกลับทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนเราต้องทึ่ง แรงสะเทือนทั้งหมดถูกซับแรงเอาไว้ได้ทั้งหมด ย้ำว่าทั้งหมดจริงๆ เดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟังในย่อหน้าท้ายๆ ถึงส่วนผสมต่างๆที่ทำให้ช่วงล่างทำงานได้ดี

มาว่ากันในเรื่องออกแบบ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดดเด่นด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก กระจังหน้าใหม่มีแรงบันดาลใจมาจาก ฟอร์ด เอฟ-150 แร็พเตอร์ ซึ่งเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงคันแรกของโลกจากโรงงาน โลโก้ฟอร์ดสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์ ชุดกันชนด้านหน้าซึ่งติดกับเฟรมรถได้รับการออกแบบให้มีความทนทาน แผงกันชนด้านหน้ายังมาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมช่องรีดอากาศ ที่ช่วยลดการต้านลมของตัวรถ ส่วนแก้มข้างรถคู่หน้าแบบใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิท ทนต่อการบุบและรอยขีดข่วนที่มักจะเกิดจากการใช้งานออฟโรด อีกทั้งแก้มข้างรถคู่หน้าที่ถูกตีโป่งขยายออกนั้น เพื่อรองรับระยะยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้นและยางออฟโรดขนาดใหญ่ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 

ตัวรถยังดูใหญ่ขึ้นในทุกมิติ โดยมาพร้อมความสูงถึง 1,873 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,180 มิลลิเมตร และความยาว 5,398 มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมมุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา ถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับขนาดมิติตัวถังที่ใหญ่ขนาดนี้ เราลุยในเส้นทางออฟโรดแบบเกินธรรมดาที่เจ้าของรถทั่วไปใช้งาน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายมาก เรนเจอร์ แร็พเตอร์ทำให้ทุกเส้นทางเป็นเรื่องง่าย ขอเพียงแค่คุณมีทักษะการขับรถประเภทออฟโรดมาบ้าง รวมถึงทำความเข้าใจโหมดการขับที่เหมาะสมกับเส้นทางเพียงเท่านี้ระบบที่มีของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ก็พร้อมจะช่วยคุณในทันทีเช่นกัน

สำหรับห้องโดยสารของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์มาพร้อมความประณีตขั้นสูงตามดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) ที่ผสานสีสันต่าง ๆ และการเลือกวัสดุที่คงทนและเหมาะสมสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน เบาะที่นั่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการใช้งานการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง คอนโซลหน้ารถ เป็นการเดินด้ายสีน้ำเงินและการเลือกใช้วัสดุหนัง แผงหน้าปัดที่มาในรูปแบบที่ดุดันแสดงฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบต่าง ๆ พวงมาลัยของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบาอันเป็นดีเอ็นเอใหม่ของแร็พเตอร์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็ว

  ขณะเดียวกัน ดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) มีบทบาทสำคัญในการออกแบบเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นอย่างมาก ซึ่งรวมถึงแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker ที่เป็นแถบสีแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้นักขับออฟโรดทราบถึงตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ขับในช่วงเวลาธรรมดาอาจไม่ช่วยอะไรมาก แต่ถ้าอยู่ในเส้นทางออฟโรดความเร็วสูงที่ต้องคอยแก้อาการรถในการเข้าโค้งแบบสไลด์เข้า มาร์คสีแดงนี้จะช่วยได้เยอะมากที่เดียว นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้สลักลายโลโก้แร็พเตอร์ลงบนขอบพวงมาลัยเอาไว้อีกด้วย

ส่วนเรื่องช่วงล่างเรามาเล่ากันต่อถึงสูตรสำเร็จความลงตัวนี้ โดยแชสซีของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบใหม่มาเป็นพิเศษสำหรับการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูงและทนต่อแรงกระแทกที่อาจเกิดจากการขับขี่โดยเฉพาะ ระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อคทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ใช้โช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox แบบ Position Sensitive Damping (PSD) โช้คอัพผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดยใช้ลูกสูบขนาด 46.6 มิลลิเมตร ช่วงล่างถูกออกแบบมาให้มีระยะการให้ตัวของล้อสูงเพื่อความสามารถในการซับแรงกระแทกขณะขับออฟโรด แต่ด้วยระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass technology) จึงทำให้การขับขี่บนถนนทางเรียบเป็นไปอย่างราบรื่น ช่วงกระแทกโช้คจะซับแรงเอาไว้แล้วค่อยๆ คลายตัวแต่จะไม่ดีดตัวออกในทันทีเพื่อช่วยให้รถไม่เสียอาการ นอกจากนี้แชสซียังได้ผลิตจากเหล็กอัลลอย HSLA (High-Strength Low-Alloy) เกรดต่างๆ อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงด้านข้างของแชสซี (side-rails) เพื่อรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบเบรกทรงพลังโดยการใช้ชิ้นส่วนพิเศษที่ทำขึ้นเฉพาะรุ่น คาลิปเปอร์เบรกคู่หน้าเป็นแบบลูกสูบคู่ ที่เพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขึ้น 9.5 มิลลิเมตร มาพร้อมกับจานเบรกคู่หน้าแบบมีครีบระบายความร้อนที่มีขนาดใหญ่ถึง 332 x 32 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับดิสก์เบรกที่มาพร้อมกับระบบ brake actuation master cylinder ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีจานเบรกแบบมีครีบระบายความร้อนขนาด 332 x 24 มิลลิเมตรคู่กับคาลิปเปอร์เบรกใหม่ขนาด 54 มิลลิเมตร

ความพิเศษอีกอย่าง เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมีปีกนกที่ทำจากอะลูมิเนียม โดยปีกนกบนทำด้วยวิธีการฟอร์จและปีกนกล่างใช้วิธีการหล่อ เพื่อให้ระบบช่วงล่างทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แข็งแรงทนทานต่อการขับขี่แบบออฟโรดถึงขีดสุด และเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล อีกทั้งช่วงล่างที่ถูกยกสูงขึ้นและระยะช่วงล้อที่กว้างขึ้น มุมไต่และมุมจากเพิ่มขึ้น จึงช่วยเรื่องการทรงตัว ทำให้ขับขี่ออฟโรดขั้นสุดได้อย่างมั่นใจ  รวมถึง เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมาพร้อมกับยาง All-terrain BF Goodrich 285/70 R17 ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับเรนเจอร์ แร็พเตอร์โดยเฉพาะเพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่ ยางมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 838 มิลลิเมตร กว้าง 285 มิลลิเมตร

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดบนเส้นทางออฟโรด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จึงได้รับการออกแบบแผงกันกระแทกด้านล่าง ผลิตจากเหล็กกล้า (High-strength steel) ที่มีความหนา 2.3 มิลลิเมตร และมีความทนทานสูงตามมาตรฐานของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) แผงกันชนหน้ามาพร้อมกับสีเงิน อีกทั้งยังมีชุดกันกระแทกด้านล่างที่ป้องกันเครื่องและระบบส่งกำลัง (transfer case) ทั้ง 3 ส่วนนี้ที่ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหม้อน้ำ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Assisted Steering - EPAS) ชุดสายพานหน้าเครื่อง (Front End Accessory Drive - FEAD) คานล่างด้านหน้า (Front cross-member) อ่างน้ำมันเครื่อง และชุดเฟืองขับส่วนหน้า

เทคโนโลยีใหม่กับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร ในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตร ทีมวิศวกรของฟอร์ดได้ทำการทดสอบระบบส่งกำลังแบบใหม่อย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจในความแข็งแกร่งและทนทาน การทดสอบ เทอร์โมไซเคิล (Thermo cycle) นี้ เป็นการทำให้เทอร์โบทั้ง 2 ลูกร้อนจัด จนกลายเป็นสีแดงนาน 200 ชั่วโมงติดต่อกัน ด้วยลูกปืนเทอร์โบที่มีประสิทธิภาพและเทอร์โบแรงดันต่ำที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ จึงทำให้เครื่องยนต์สามารถทนต่ออุณหภูมิระดับสูงมากได้ ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างเทอร์โบแรงดันสูง (HP) ที่เชื่อมต่อกับเทอร์โบแรงดันต่ำ (LP) ที่มีขนาดใหญ่กว่า และถูกควบคุมด้วยวาล์วบายพาสที่ทำหน้าที่ควบคุมลำดับการทำงานของเทอร์โบทั้งสองลูกโดยขึ้นอยู่กับความเร็วของเครื่องยนต์ เมื่อรอบเครื่องยนต์ต่ำ เทอร์โบทั้ง 2 ตัว 

รูปแบบการขับด้วยระบบ Terrain Management System (TMS) สำหรับโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบ โหมดการขับขี่ทางเรียบ -โหมดปกติ – เน้นความสบาย นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน,-โหมดสปอร์ต – ตอบโจทย์ผู้ที่มีใจรักการขับขี่ทางเรียบ เน้นการเปลี่ยนเกียร์เร็วและฉับไวในขณะที่รอบเครื่องสูง, -โหมดการขับขี่ออฟโรด -โหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะ – ออกแบบมาให้ขับขี่บนทางออฟโรดที่มีพื้นผิวลื่นและเป็นหลุมบ่อ โดยระบบจะทำการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลขึ้นพร้อมทั้งออกตัวด้วยเกียร์ที่สอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดอัตราการลื่นไถลของล้อรถ

-โหมดโคลน/ทราย – ระบบจะปรับการตอบสนองของระบบควบคุมการลื่นไถลให้เหมาะสมกับพื้นผิวที่มีความลึกและสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างพื้นทรายและโคลน ด้วยการใช้เกียร์ต่ำที่มีแรงบิดสูง,-โหมดหิน – ใช้เมื่อขับขี่บนพื้นผิวในเขตภูเขาที่ลาดชัน ต้องใช้ความเร็วต่ำ และเน้นการควบคุมรถให้ขับเคลื่อนอย่างช้าๆ ,-โหมดบาฮา – ระบบจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงเสมือนนักแข่งแรลลี่กลางทะเลทรายบาฮา โดยระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกตัดการทำงาน รวมทั้งเกียร์จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด และเปลี่ยนเกียร์ลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม 

ซึ่งในแต่ละโหมดเราได้รับรู้ถึงการตอบสนองอันยอดเยี่ยม ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในใจทำเรารู้สึกเหมือนได้เป็นนักแข่งออฟโรดตัวจริง นี่คือรถกระบะสมรรถสูงที่ตอบสนองได้ดี ดุดัน แต่ไม่น่ากลัว ตรงกันข้ามในความรู้สึกเราเองกับคิดว่ามันคือกระบะคันใหญ่แรงเยอะแต่ควบคุมได้ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ

เช่นเดียวกันเราก็ต้องยกความสุดยอดให้กับระบบการส่งกำลังเช่นกัน ฟอร์ดแร็พเตอร์มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ซึ่งพัฒนามาจากแร็พเตอร์ เอฟ-150 ผลิตจากวัสดุเหล็กกล้า อะลูมิเนียมอัลลอยและคอมโพสิทเพื่อให้มีความทนทานและมีน้ำหนักเบา เนื่องจากเกียร์มีทั้งหมด 10 จังหวะ ทำให้มีอัตราทดที่แคบลง จึงส่งผลให้มีอัตราเร่งและการตอบสนองที่ดีขึ้น

เชื่อมต่อรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่สะดวกสบายเพื่อการใช้งานจริง ซิงค์ 3 (SYNC 3) นอกจากนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูงทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟ รวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ นอกจากนี้ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program) จะคอยช่วยเมื่อเข้าโค้งหรือเบรกกะทันหันจนรถเริ่มเสียการทรงตัว ระบบนี้ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง (Trailer Sway Control) ระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (Hill Descent Control) และระบบควบคุมการบรรทุก (Load Adaptive Control) กล้องมองหลังแสดงภาพบนจอแอลซีดีขนาด 8 นิ้ว ซึ่งทำงานร่วมกับสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง จึงช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจได้ไม่ว่าจะจอดรถในที่ใดก็ตาม และยังมีระบบผ่อนแรงฝากระบะท้าย (EZ Lift Tailgate) ด้วยกลไกผ่อนแรง จะช่วยผ่อนแรงของผู้ใช้ลงไป 66 เปอร์เซ็นต์ 

สรุปแล้ว ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คือรถกระบะออฟโรดระดับพรีเมี่ยมที่พร้อมลุยตั้งแต่ออกจากโรงงาน ดีเอ็นเอของ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) ถูกถ่ายทอดมาอย่างครบถ้วน ช่วงล่างทำงานได้ดีโช้คฟ็อกซ์เรซซิ่ง(FOX RACING) ต่างจากรุ่นที่ขายในตลาดเพราะนี่คือโช้คที่ผลิตขึ้นมาเพื่อ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เท่านั้น แล้วจะสนุกมากยิ่งขึ้นหากผู้ขับสามารถเรียนรู้โหมดการขับได้อย่างครบถ้วน คุณจะยิ่งรู้ว่า “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ดีพอคู่ควรกับราคาหรือเปล่า 

ข้อมูลเทคนิค

รุ่นรถ Ford Ranger Raptor

แบบตัวถัง ปิคอัพออฟโรดสมรรถนะสูง 4x4

มิติ(กว้าง xยาว x สูง มม.) 2,028 x 5,398  x 1,873

แบบเครื่องยนต์ Bi-Turbo 4สูบ 16 วาล์ว 2.0ลิตร  

ความจุ 1,996 ซีซี.

กำลังสูงสุด 213 แรงม้า 3,750 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 - 2,000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง 10 Speed/AT

พวงมาลัย Power Assist With changeable Mode (เพาเวอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงปรับโหมดได้)

ความเร็วสูงสุด 180+(โดยประมาณ)

ระบบขับเคลื่อน    4x4

ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร

ช่วงล่างหน้า อิสระปีกนกสองชั้น(Double-wishbone)พร้อมโช้ค Fox Racing Shox แบบบายพาสภายใน

ช่วงล่างหลัง คอล์ยสปริงพร้อม โช้ค Fox Racing Shox แบบมีซับแทงค์และบายพาสภายในพร้อมวัตต์ลิงค์

ขนาดยาง/หน้า/หลัง 285/70 R17

ระบบเบรกหน้า/หลัง    ดิสก์เบรกขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมครีบระบายความร้อน

ผู้จำหน่าย บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด

เว็บไซต์ www.ford.co.th