• 11 ตุลาคม 2018 at 16:44

ทดลองขับ Hyundai IONIQ Electric รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

      บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดกิจกรรมเชิญสื่อมวลชนทดสอบขับ ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก สัมผัสแรกแห่งการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในไประเทศไทย ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่39 ที่ผ่านมา

  โดยรถยนต์ฮุนได ไอออนิก นับเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลก ที่มีจำหน่ายในทั้ง 3 รูปแบบระบบขับเคลื่อนใน 1 รุ่น ได้แก่ ไฮบริด, ปลั๊กอิน ไฮบริด และอีวี จุดประสงค์คือ เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษที่ต่ำที่สุด หรือปราศจากมลพิษ และนอกจากจะเป็นรถยนต์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่มีความสวยงาม ทันสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่, การเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย โดยใช้แบตเตอร์รี่แบบลิเธียม ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 280 กิโลเมตร ให้พละกำลังสูงสุด 120แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตันเมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed ที่สามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 1,749,000 บาท

          และในวันนี้ทางบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้นำเข้า ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก รุ่น อีวี (EV) เพียงรุ่นเดียว มาจำหน่ายในประเทศไทยแล้วก่อนอื่นเลยเรามาพูดถึงฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก รุ่น อีวี (EV) ถึงรูปทรงภายนอกว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง

 

                   

          ถ้าเดินดูรอบๆตัวรถ รูปทรงภายนอกตัวรถเป็นแบบรถแฮ็ทช์แบ็กทรงสปอร์ต ที่ดูจากด้านหน้าตั้งแต่กระจังหน้าที่ถูกออกแบบมาในลักษณะปิดทึบ เนื่องจากไม่ต้องใช้งานเพื่อการระบายความร้อนเครื่องยนต์แล้ว แต่ยังคงไว้ซึ่งความพลิ้วไหว และสะอาดตา ด้วยสีเทาเข้ม

          พร้อมไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED ดูแล้วสวยงาม โดยที่ไฟหน้ายังเป็นไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน สื่อถึงบุคลิกของความเป็นรถยนต์แห่งอนาคต โดยได้รับการออกแบบที่เน้นถึงปัจจัยหลัก 2 อย่าง คือ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพ 

              ส่วนทางด้านตัวถังรถถูกออกแบบให้อากาศสามารถไหลผ่านตัวรถได้อย่างสะดวกตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.24 ซึ่งนับเป็นค่าที่ต่ำที่สุดในรถยนต์ทั่วโลก และยังรวมถึงการลดน้ำหนักตัวรถ ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียมในการผลิตทั้งฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้าย ทำให้สามารถลดน้ำหนักตัวรถลงไปได้ถึง 12.6 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเหล็กทั่วไป 

 

          มาถึงส่วนภายในห้องโดยสารที่ถูกออกแบบโดยเน้นถึงความเป็นรถแห่งอนาคต ด้วยแนวคิด ‘Purified High-Tech’ ที่เน้นถึงความเรียบง่าย ลื่นไหล แต่มีความปราณีต และใช้งานง่าย เน้นการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่น้อยที่สุด มีผิวสัมผัสที่เรียบ ลื่น และให้ความรู้สึกสะอาดบริสุทธิ์

          วัสดุภายใน เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ผ้าหลังคาและพรมที่มีส่วนผสมจากต้นอ้อย เพื่อช่วยให้อากาศภายในห้องโดยสาร มีความบริสุทธิ์,    สีพ่นตัวถังที่มีส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลือง เพื่อให้มีประกายของเม็ดสีที่สวยงาม, แผงประตูที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ผสมกับผงไม้และหินจากภูเขาไฟ แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงและคุณภาพที่ดี 

         

          นอกจากนี้ บริเวณช่องแอร์, คอนโซลกลาง, พวงมาลัย และเบาะนั่ง ถูกตกแต่งด้วยสีส้มทองแดง ซึ่งเป็นสีที่เปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในรถยนต์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากทองแดงที่อยู่ในคอนดักเตอร์ของระบบไฟฟ้า

           สำหรับที่นั่งของผู้โดยสารตอนหน้า ซึ่งมีความโปร่งและกว้างขวางเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบเกียร์ ถูกออกแบบให้เป็นแบบระบบปุ่มกด หรือ shift by wire ซึ่งถูกติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งผู้ขับขี่ สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการเพียงปลายนิ้วสัมผัส และเมื่อผู้ขับขี่เปิดประตูรถ เบาะที่นั่งคนขับ จะปรับเลื่อนถอยหลังอัตโนมัติ เพื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งที่นั่งขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะที่นั่งคนขับ ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลังแบบไฟฟ้า (Lumbar Support) ช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่

 

        นอกจากนี้ยังมีระบบเบรคมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold ที่ช่วยหยุดรถชั่วขณะในสภาพการจราจรติดขัด และระบบ wireless charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ เพียงวางโทรศัพท์บริเวณช่องชาร์จด้านซ้ายของปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์

           ทริปนี้เราได้มีโอกาสลองขับระยะทางไม่ไกลนักแต่พอได้เห็นฟิลลิ่งของเจ้าฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก รุ่น อีวี (EV) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่สามารถตอบสนองอัตราเร่งตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนไปถึงอัตราตีนปลายได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าคนชอบขับรถ ขับแล้วสนุกอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

         

         ซึ่งเป็นรถที่มีการขับเคลื่อนโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed สามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้อีกด้วย

        ยิ่งเรื่องเทคโนโลยีใหม่กับระบบ regenerative braking system ที่สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่ม paddle shift บริเวณด้านหลังพวงมาลัย มีทั้งหมด 4 ระดับ โดยแต่ละระดับ จะเป็นระดับการนำพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่จากมากไปน้อย เพียงผู้ขับขี่กดปุ่ม paddle shift รถยนต์จะลดความเร็วโดยอัตโนมัติ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อให้ระบบ regenerative braking system ทำงาน และนำกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อช่วยให้มีระยะทางการวิ่งที่ยาวขึ้น และจากที่เราได้ลองเล่นดูบนท้องถนนจริงเจ้าฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก รุ่น อีวี (EV) ก็สามารถทำได้จริงอย่างที่บอกไป

         เรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง ด้วยระบบ Blind Spot Detection ที่จะทำหน้าที่ตรวจจับรถในจุดอับสายตาขณะขับขี่ โดยที่รถจะทำงานควบคู่กันกับระบบ Lane Change Assist ที่จะช่วยตรวจจับรถในเลนด้านข้างในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะเปลี่ยนเลน ซึ่งระบบนี้สามารถทำได้แม่นยำ ร่วมถึงระบบ Rear Cross Traffic Alert ในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะถอยรถออกจากที่จอดรถ ระบบจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือคนเดินเท้า หากมีวัตถุเคลื่อนไหวบริเวณด้านหลังรถ ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อความปลอดภัยขณะถอยรถอีกด้วย

          นอกจากนี้ ยังมีระบบ Lane Departure Warning (LDW) โดยระบบ จะใช้กล้องที่อยู่บริเวณด้านบนตรงกลางของกระจกบังลมหน้า ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร หากรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ ให้นำรถกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม ระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ใช้กล้องตัวเดียวกัน ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร เมื่อรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะสั่งการให้หักพวงมาลัยกลับมาในช่องจราจร และระบบ Smart Cruise Control (SCC) หรือระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ โดยระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ที่อยู่บริเวณโลโก้บนกระจังหน้า ในการรักษาระดับความเร็วแบบแปรผัน ตามความเร็วของรถที่อยู่ด้านหน้า และผู้ขับขี่ ยังเลือกระดับการรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้าได้อีกด้วย เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยขณะขับขี่

           ระบบ Forward Collision Warning (FCW) ที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่ ขับรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป และถ้าระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่ ไม่เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ และระบบ Autonomous Emergency Braking System (AEB) ที่จะช่วยเบรกรถอัตโนมัติ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในขณะที่รถกำลังเข้าใกล้รถคันข้างหน้า หรือในกรณีที่คนเดินถนนเดินตัดผ่านหน้ารถในระยะกระชั้นชิด กล้องบริเวณด้านบนกระจกบังลมหน้า และเรดาร์บริเวณกระจังหน้า จะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุและคนเดินถนน และจะสั่งการให้รถหยุดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ  

**แบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนนั้น เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพการชาร์จไฟที่ดี และมีหน่วยความจำรอบการชาร์จไฟที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบนิกเกิล เมทัล ไฮดราย สำหรับในฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริกนั้น เป็นแบตเตอรี่ขนาด 28 kWh ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาในการชาร์จไฟแบบปกติอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที โดยประมาณ และการชาร์จไฟแบบ quick charge ที่กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW จะใช้เวลา30 นาที และ 23 นาทีโดยประมาณ ด้วยกำลังการชาร์จไฟขนาด 100 kW โดยแบตเตอรี่นี้ ถูกติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งของผู้โดยสารตอนหลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ที่สามารถบรรจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 650 ลิตร

ราคาจำหน่าย ฮุนได ไอออนิค อิเล็กทริก ที่ 1,749,000 บาท

###