Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
honda


เมนู

     

    Honda พาสัมผัส ยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า #2

     Honda พาสัมผัส ยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า #2

    Story/Photo : Nirada

    Honda พาสัมผัส ยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า #2

              การเดินทางมาร่วมชมงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ นอกจาก บริษัท ฮอนด้า ประเทศไทย จำกัด จะพามาชมนวตกรรมใหม่ๆ ของค่ายรถฮอนด้าแล้วเรายังไม่มีโอกาสมาสัมผัสกับ ฮอนด้า คลาริตี้ ซีรีย์ ซึ่งเป็นยนตรกรรมรุ่นแรกที่นำเสนอระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในหลายรูปแบบ ทั้งพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอร์รี่ (battery electric) และพลังงานไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (plug-in hybrid) ที่ได้รับการติดตั้งในรถซีดาน 5 ที่นั่ง ระดับพรีเมียม


    รถที่เราจะได้ทดลองขับในครั้งนี้จะมีทั้งหมด 3 รุ่น เริ่มจาก คลาริตี้ ฟิวเซลล์ รถยนต์เซลเชื้อเพลิง

    ที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ปี 2559 และอีก 2 รุ่น ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน ปี 2560 

    คือรุ่น คลาริตี้ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และคลาริตี้ อิเล็คทริค ซึ่งคลาริตี้ในแต่ละรุ่นนั้นได้รับการออกแบบ

    โดยคำนึงถึงดีเอ็นเอ “fun-to-drive”ก่อนที่จะทดลองขับเรามารู้จักกับรถทั้ง 3 รุ่นนี้กันก่อนดีกว่าค่ะ เริ่มจาก


              ฮอนด้า คลาริตี้ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด  รุ่นปี 2018 ที่กำลังจะเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปีนี้  ซึ่งสามารถวิ่งได้โดยใช้พลังงานไฟฟ้าได้ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่วิ่งได้ไกลที่สุดเมื่อเทียบกับระปลั๊ก-อิน ไฮบริด ขนาดกลาง ในโหมดการใช้ไฟฟ้าร่วมกับการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle 4 สูบ 16 วาลว์ ที่เป็นแหล่งพลังงานขับเคลื่อนโดยตรง   เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ สามารถให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 314.55 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ 17 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่สามารถชาร์จไฟได้ถึง 240 โวลต์ ภายใน 2.5 ชั่วโมง



                คลาริตี้ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด มีอัตราการประหยัดน้ำมัน (EPA Fuel economy rating) สูงถึง 110 ไมล์ต่อน้ำมันหนึ่งแกลลอน (MPGe) (หรือประมาณ 46.76 กิโลเมตร/ลิตร) สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด เพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพการขับขี่และเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ โหมดปกติ (Normal Mode) โหมดประหยัด (Econ Mode) และโหมดสปอร์ต (Sport Mode) และนอกจากนี้ยังมีโหมดที่ 4 HV Mode เพื่อรักษาสภาพการชาร์จแบตเตอรี่ โดยสามารถเลือกโหมดนี้ควบคู่ไปกับ โหมดปกติ (Normal Mode) โหมดประหยัด (Econ Mode) และโหมดสปอร์ต (Sport Mode) ได้อีกด้วย


                มาถึงตัวที่ 2 ก็คือ ฮอนด้า คลาริตี้ ฟิวเซลล์  รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง   ฮอนด้าให้ความสำคัญกับเซลล์เชื้อเพลิง ที่สุดแห่งเทคโนโลยียานยนต์ที่ไม่มีค่าไอเสีย และคลาริตี้ ฟิวเซลล์ นับเป็นผู้นำเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งอนาคต ฮอนด้าเริ่มส่งมอบ คลาริตี้ ฟิวเซลล์ รุ่นปี 2017 ไปแล้วกว่า 100 คัน เมื่อเดือนธันวาคม 2559 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เครือข่ายสถานีเติมก๊าซไฮโดรเจนมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แผงเซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell stack) นับเทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับการติดตั้งใน คลาริตี้ ฟิวเซลล์ โดยมีขนาดเล็กลงร้อยละ 33 และสามารถเพิ่มพลังงานได้ถึงร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับ เอฟซีเอ็กซ์ คลาริตี้ ที่เป็นรุ่นก่อนหน้านี้ โดยแผงเซลล์เชื้อเพลิงที่ผสานระบบส่งกำลัง มีขนาดเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ V-6 และได้รับการติดตั้งในห้องเครื่อง จึงทำให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายสำหรับ 5 ที่นั่ง

     

    คลาริตี้ ฟิวเซลล์ สามารถวิ่งได้ระยะทางถึง 366 ไมล์ (ประมาณ 589 กม.) นับเป็นรถยนต์ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลที่สุด

    เมื่อเทียบกับรถฟิวเซลล์ และรถพลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ รุ่นอื่นๆ

    ในสหรัฐอเมริกาและมีอัตราการประหยัดน้ำมัน (EPA Fuel economy rating) 68 ไมล์ต่อน้ำมันหนึ่งแกลลอน

    (MPGe) (หรือประมาณ 28.3 กิโลเมตร/ลิตร) สำหรับการขับขี่แบบผสม


             ตัวสุดท้าย ฮอนด้า คลาริตี้ อิเล็คทริค รุ่นปี 2017 เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการรถซีดานที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้  มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า (120 กิโลวัตต์) ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 299.64 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ 25.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่สามารถชาร์จไฟได้ถึง 240 โวลต์ ภายใน 3 ชั่วโมง และเมื่อใช้การชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้าแบบกระแสตรง พร้อมระบบหัวชาร์จมาตรฐาน SAE (SAE Combined Charging System) จะสามารถชาร์จได้ถึงร้อยละ 80 ภายในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้นนับว่าเร็วมาก  มีอัตราการประหยัดน้ำมัน (EPA Fuel economy rating) สูงถึง 120/102/111 ไมล์ต่อน้ำมันหนึ่งแกลลอน (MPGe) (การขับขี่ในเมือง/ทางหลวง/แบบผสม) (หรือประมาณ 50/42.5/46.25 กิโลเมตร/ลิตร ตามลำดับ) สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด เช่นเดียวกับ คลาริตี้ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด


              สำหรับการทดสอบนั้น ทางฮอนด้าให้เราได้ลองสัมผัสกับเจ้า ฮอนด้า คลาริตี้ ซีรี่ย์ กันคนละ 2 รอบ

    ในแต่ละรุ่น โดยจะสลับกันขับกับผู้โดยสารที่ร่วมนั่งไปกับเราทางด้านหลังอีก 1 ท่าน

    สนามที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้ก็คือสนามแข่งทวิน ริง โมเตกิ ( Twin Ring Motigi) ซึ่งเราก็ได้พักในบริเวณของสนามแห่งนี้ 1

    คืนตอนที่มาถึงเพื่อรอที่จะมาลองสัมผัสกับยนตรกรรมสุดยอดของ ฮอนด้า คลาริตี้ ซี่รี่ย์ ทั้ง 3 รุ่น


                หลังจากที่ได้ทำการทดลองขับและนั่งในรถทั้ง 3 รุ่น ก็ต้องบอกกันตามตรงเลยว่ารู้สึกประทับใจ ตัวแรก ฮอนด้า คลาริตี้ ฟิวเซลล์ ซึ่งตอนเคลื่อนตัวออกไปตามคำสั่งที่ให้เราขับได้เพียง 60 กม./ชม. ในช่วงแรกก็ออกตัวกันแบบช้าๆ จนค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นสังเกตได้ว่าภายในห้องโดยสารนั้นเงียบมากจนเราเองก็เผลอทำความเร็วเลยกำหนดที่เจ้าหน้าที่บอกแบบไม่รู้ตัวเพราะแทบจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์เลย 


              มาถึงตัวที่ 2 คลาริตี้ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่มีเครื่องยนต์ขนาดเพียง 1.5 ลิตรที่มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบก็จะทำงานเหมือนกับรถยนต์ไฮบริดที่เราเคยได้ขับมาบ้างซึ่งในช่วงแรกของการออกตัวรถก็จะเป็นระบบไฟฟ้าที่มาทำงานแต่เมื่อเราเริ่มที่จะเพิ่มความเร็วตัวระบบก็จะไปสั่งให้เจ้าเครื่องยนต์ออกมาช่วยกันทำงานไปพร้อมๆกันแต่ที่เด่นเห็นจะเป็นแบตเตอรี่ในรถคันนี้ที่มีขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป จึงทำให้เราสามารถขับเคลื่นด้วยระบบไฟฟ้าได้ระยะทางเพิ่มขึ้นมาอีกด้วยเป็นรถที่น่าสนใจทีเดียว ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์จะมีขนาดเล็กแต่ต้องมาอยู่ในรถที่มีตัวถังใหญ่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาใดๆ กำลังล้นเหลือด้วยแรงบิดที่ให้มาถึง 315 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนรถนั้นนี้ได้อย่างสบายๆ


           การมาลองทดสอบในครั้งนี้ทำเราได้ประสบการณ์ได้รับรู้ถึงเทคโนโลยีที่กำลังก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งของฮอนด้าแล้วคิดถึงอนาคตได้เลยว่าหากประเทศไทยเราอยากจะมีรถยนต์ที่พร้อมแบบนี้เราก็คงต้องมีความพร้อมรองรับให้กับรถยนต์เหล่านี้ด้วยก็จะดี ฉบับหน้าเราจะมาพูดถึง นวัตกรรมเครื่องช่วยเดิน Walking Assist และ ยูนิ-คับ เบต้า พาหนะส่วนบุคคล ของฮอนด้ากันว่าจะมีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างไร

      

     

     

     

     

     

    Tags : HONDA



    Toyota

     
      
    view