Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

     

    Volvo v40 T4 Facelift

    Volvo v40 T4 Facelift

    Volvo v40 T4 Facelift

    วัยรุ่นตามสไตล์ สวีเดน ดูดีเรียบร้อยแต่สนุกเร้าใจ

                    รถยนต์แฮทช์แบคขนาดกลางของวอลโว่ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ถ้าคุณลองเปลี่ยนโหมดการขับให้เป็นแบบ –Performance บนเรือนไมล์เปลี่ยนเป็นสีแดงความพร้อมของเครื่องยนต์ที่กำลังจะพุ่งไปข้างหน้าทันทีเมื่อคุณคันเร่ง แล้วมันก็จะนุ่มนวลอ่อนโยนเมื่ออยู่ในโหมด –ECO เป็นรถที่คุณไม่ควรมองข้าม ในเรื่องความปลอดภัยก็ยังจัดเต็มตามแบบฉบับของ “วอลโว่”

                    ไฟหน้าทรงค้อนเทพเจ้าธอร์ มันคือซิกเนเจอร์ที่ใครต่อใครนึกถึงเมื่อพูดชื่อของวอลโว่ขึ้นมา ใช่แล้วมันคืองานดีไซน์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยมีของค่ายนี้ ไม่ใช่แค่รุ่นนี้ v40 T4 Facelift แต่เป็นหลายรุ่นนับตั้งแต่รหัส XC 90 โฉมใหม่เข้าถึงเมืองไทยในวันที่วอลโว่ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงรุกในตลาดยานยนต์ ฉบับนี้ถึงคิวของแฮทช์แบคไซส์กลาง v40 T4 Facelift ในหน้าทดสอบ

           ในปี 2012 การพัฒนาของ v40 เริ่มต้นขึ้น ซึ่งวอลโว่เองได้บอกว่ายอดขายของ V40

    จัดว่าเยี่ยมในแถบยุโรป ได้รับความนิยมอย่างดี ยอดขายรวมทั่วโลกเป็นอันดับ 2

    ของแบรนด์ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรูปร่างกะทัดรัดสมรรถนะเยี่ยม

    รวมถึงความเชื่อใจในเทคโนโลยีความปลอดภัย จึงทำให้ v40 T4 Facelift กลายเป็นหน้าตาของวอลโว่ไป

             มาถึงวันนี้ปี 2017 ก็ได้เวลา v40 T4 Facelift เดินทางมาถึงเมืองไทย ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกดูปราดเปรียวกระยังหน้าสีดำปั๊มโลโก้วอลโว่แบบใหม่มีขนาดใหญ่และดุดัน ด้านข้างไฟหน้าทรงค้อนเทพเจ้าธอร์ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบLED เป็นเส้นยาวขวางวิ่งกลางวันรูปตัวที (T-shaped Daytime-Running Lights) ซ่อนรวมอยู่ในโคมไฟหน้าดูโดเด่นชัดเจน ซึ่งครั้งหนึ่ง นักออกแบบเคยบอกว่า “การออกแบบไฟหน้าแบบนี้ทุกครั้งที่คุณมองกระจกหลังจะรู้ได้ทันทีว่ารถวอลโว่กำลังตามหลังคุณมา” หากจะบอกว่าการออกแบบโฉมใหม่ของวอลโว่ทุกรุ่นนับจากนี้จะมีซิกเนเจอร์เป็นของตัวเองก็ไม่ผิด

            ซึ่งวอลโว่พยายามทำให้งานออกแบบเป็นศิลปะบนตัวรถของวอลโว่ทุกคัน ด้านข้างถ้าเรามองคือความสูงไม่ได้มากเหมือนกับรุ่น Volvo V40 Cross Country  ที่เราเคยนำมาทดสอบกัน กระจังหน้าก็ต่างไปจากรุ่นนั้นไม่ใช่แบบรังผึ้งแต่จะเป็นแบบแนวตั้งเรียงกันส่วนด้านลางเรียงซ้อนกันแนวนอน กระโปรงหน้าทรงตัว V และเส้นไหล่ที่ดูแกร่งลื่นไหลต่อเนื่องจากไฟหน้า ทำให้ดูสะดุดตา ไม่ว่าจะมองจากบนถนน หรือริมถนนก็ตาม ดีไซน์สไตล์สสแกนดิเนเวียนที่โดดเด่นสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไฟหน้าแบบ LED สำหรับล้อเป็นแบบ ล้อแม็ค ขนาด 16 นิ้ว Markeb Black/Diamond Cut มาพร้อมกับยางขนาด 205/55 R16 เส้นสายรอบคันดูทันสมัยมากขึ้นด้านหลังดูปราดเปรียว เสาร์อากาศแบบคีบฉลาม ไฟท้ายแนวตั้งต่อเนื่องถึงกึ่งกลางรถ มีสปอยร์เล่อร์พร้อมไฟเบรกดวงที่สาม ดุ เท่ มองเลยต่ำมาด้านล่างเราจะเห็นปลายท่อแบบคู่แยกออกซ้ายขวา

     

      มาดูกันต่อในห้องโดยสารถือว่าเป็นหนึ่งผลงานการสร้างสรรค์เพื่อทุกคนที่อยู่ในห้องโดยสาร

    ซึ่งทีมงานฝ่ายออกแบบได้รังสรรค์ผลงานได้อย่างประณีต ผลงานทั้งหมดสร้างขึ้นมา

    โดยอยู่ภายใต้แนวคิด “ออกแบบมาเพื่อคุณ” (Designed Around You)

    ด้วยโทนสีทันสมัย เพื่อสะท้อนอิสระแห่งการเดินทาง

              เบาะนั่งใหม่สไตล์สปอร์ตบุหนังคุณภาพสูงสีดำชาโคล พวงมาลัยสีดำด้าน โลโก้วอลโว่ iron mark แบบใหม่บนพวงมาลัย แผงหน้าปัด-ตกแต่งด้วยขอบอลูมีเนียมสีดำคงความหรูหราและประณีตด้วยเอกลักษณ์การออกแบบจากสวีเดนเปี่ยมไปด้วยรสนิยมชั้นเลิศของผู้ขับขี่แล้วที่ผมชอบมากคือระบบกรองอากาศอัจฉริยะ CleanZone air purification system ซึ่งเป็นระบบกรองอากาศในห้องโดยสารรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากสุด ที่มีประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาคเล็ก ละอองเกสร และฝุ่นผง ที่ปะปนมากับอากาศได้ดีที่สุด เพื่อบรรยากาศห้องโดยสารที่สะอาด ปลอดโปร่ง แน่นอนมันใช่แค่โลโก้ปั๊มมาเท่ๆให้เห็นบนช่องแอร์ CleanZone เป็นแนวทางหนึ่งสำหรับสิ่งแวดล้อมภายในรถวอลโว่ นำเสนอ Interior Air Quality System ที่จะตรวจสอบอากาศที่เข้ามาในรถเพื่อหามลพิษ และปิดช่องอากาศเมื่อจำเป็น ตัวกรองคาร์บอนแบบแอคทีฟยังช่วยป้องกันคุณจากแก๊สที่เป็นพิษและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และทำให้เรามีสุขภาพที่ดีซึ่งระบบทำงานได้จริงและทันทีทุกครั้งเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมรอดเข้ามาในห้องโดยสาร จะมีสัญญาณแสดงขึ้นมาบนหน้าปัดเรือนไมล์ เบาะนั่งปรับไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง

           จากระบบดังกล่าวทำให้เรานึกถึงคำมั่นสัญญาที่วอลโว่ว่าไว้ “ไม่มีสิ่งใดที่เราทำโดยไม่พิจารณาถึงความรับผิดชอบของเราต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างรอบคอบเสียก่อน นี่คือสาเหตุที่ทำให้เราสร้างรถที่ประหยัดพลังงาน รักษาโรงงานของเราให้สะอาด อีกทั้งยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมของเราลงโดยการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 85% ในรถทุกคันของเรา”  นอกจากนี้วอลโว่ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่ให้ความสะดวกเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสหรือสั่งการด้วยเสียงอย่าง Volvo Sensus Connect เราสามารถเชื่อมโยงถึงกัน USB ในตัวและคอนเนคเตอร์เสริม รวมถึงการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth และเทคโนโลยีบรอดแบรนด์ ช่วยให้คุณตัดการเชื่อมต่อจากบ้านแล้วเชื่อมต่ออีกครั้งเมื่ออยู่บนท้องถนนได้ wifi ฮอตสปอตของคุณ บริการเสริม Volvo On Call จะช่วยคุณสร้าง wifi ฮอตสปอตภายในรถเพื่อเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน แล็ปท็อป หรือแท็บเล็ตเข้าอินเทอร์เน็ตได้ เป็นความล้ำหน้าเพื่อคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

              สำหรับการเชื่อมสัญญาณของสมาร์ทโฟนนั้น หากคุณไม่มีบริการ Volvo On Call คุณสามารถใช้สมาร์ทโฟนของคุณ (ผ่าน Bluetooth หรือ wifi) ในการเข้าใช้งานฟังก์ชันที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดของ Sensus Connect ได้ให้คุณค้นหาข้อมูลและควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆของรถได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านสัญญาณบลูทูธ เพื่อให้คุณสามารถสื่อสารผ่านโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกและปลอดภัย  หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 8 นิ้วที่มีรายละเอียดสูงติดตั้งอยู่เหนือคอนโซลกลางเพื่อแสดงข้อมูลสำคัญต่างๆให้ผู้ขับขี่ทราบในแต่ละสถานการณ์ พร้อมสะท้อนอารมณ์ในการขับขี่ด้วยธีมสีและรูปแบบการแสดงผลที่ผู้ขับขี่สามารถ         เลือกปรับได้ถึง 3 รูปแบบ มี Elegance  Eco และ Performance  ตัวอย่างหากคุณเปลี่ยนมาอยู่ในโหมดการขับแบบ Performance  หน้าจอก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมดรวมถึงหน้าปัดเรือนไมล์ด้วยเช่นกันรวมถึงการแสดงผลตัวเลขความเร็วก็จะเปลี่ยนเป็นแบบดิจิตอลซึ่งจะช่วยเพิ่มอารมณ์การสัมผัสมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน  ระบบเสียงแบบ High Performance Multimedia 4x45 วัตต์ พร้อมลำโพง 8 ตัว ให้คุณภาพระดับเดียวกับที่ใช้ในระบบโฮมเธียเตอร์ และโปรเฟสชั่นแนลเธียเตอร์ คุณภาพเสียงคมชัด น่ารื่นรมย์สำหรับทุกคนในรถนี่คือความใส่ใจของวอลโว่ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางไปเป็นเรื่องง่ายและเพลิดเพลิน

              ขุมกำลัง 2.0 ลิตรทรงพลัง 190 แรงม้า แล้วมีแรงบิดมากถึง 300 นิวตันเมตรที่ 1,300-4,000 รอบ/นาที คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการออกออกตัวเพราะ V40 มันพร้อมมาก ตรงตามคอนเซปต์คือ กะทัดรัด และประหยัด มาพร้อมระบบส่งกำลัง Drive-E 6 สปีดพร้อมเกียร์ทอร์นิกส์ ใหม่ทั้งหมดของวอลโว่ได้รวมความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยและระดับการปล่อยมลพิษที่ต่ำของเครื่องยนต์ สี่สูบเข้ากับการควบคุมรถและสมรรถนะของเครื่องยนต์แบบหกหรือแปดสูบ ผลที่ได้ก็คือการขับขี่ที่ราบรื่นและทรงพลัง และการหยุดเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยครั้งลง อัตราเร่งรวดเร็วทันใจแต่ก็ไม่ลืมความปลอดภัย

           นอกจากสมรรถนะดังกล่าวแล้ววอลโว่ยังได้มาพร้อมกับระบบ ความปลอดภัยที่ผ่านการทดสอบการชนของ Euro NCAP ที่เข้มข้นด้วยคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในทุกหัวข้อของการทดสอบ V40 ใหม่ล่าสุด ผ่านการทดสอบการปกป้องผู้ใหญ่ (Adult Protection) ด้วยคะแนน 98 เปอร์เซ็นต์ เป็นคะแนนสูงสุดตั้งแต่เคยมีมาของ Euro NCAP ผ่านการทดสอบการด้านระบบเพิ่มความปลอดภัย Safety Assist ด้วยคะแนนเต็ม เนื่องจากมีเทคโนโลยีมากมาย อาทิ ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ City Safety ระบบแจ้งเตือนเพื่อป้องกันรถวิ่งออกนอกเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ Lane Keeping Aid และระบบแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตา BLIS เป็นต้น

               และเจ้าระบบ City Safety ตั้งแต่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาก็เพราะว่าที่ผ่านมา เนื่องจากมีสถิติระบุว่าการชนท้ายคันหน้าในบริเวณที่มีการจราจรคับคั่งนั้น 75 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอีก 50 เปอร์เซ็นต์ มาจากการที่ผู้ขับขี่ไม่เหยียบเบรกทันเวลา ซึ่งระบบนี้ช่วยลดอุบัติเหตุดังกล่าวได้ค่อนมากถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร (Road Sign Information) ช่วยแสดงป้ายจราจรสำคัญ จะแสดงป้ายสำคัญบนหน้าปัด และมาพร้อมกับสัญญาณเตือนระดับความเร็ว Speed Alert ที่จะแสดงภาพสัญลักษณ์ของป้ายจราจรบนมาตรวัดความเร็ว เพื่อเตือนคนขับผมว่าเป็นระบบที่ดีมาก ซึ่งองค์การ European Road Safety Observatory ได้ศึกษา และพบว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของอุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิต เกิดจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด ส่วนองค์การ Swedish Road Administration ของสวีเดน ระบุว่าหากทุกคนขับรถไม่เร็วกว่ากำหนด จะสามารถรักษาชีวิตมนุษย์ได้ถึง 100-150 ชีวิตในแต่ละปี วอลโว่ก็คำนึงถึงเหตุผลนี้ด้วยเช่นกัน

          ขณะเดียวกัน Volvo v40 T4 Facelift ยังมีระบบ Start/Stop ติดตั้งมาให้ เทคโนโลยีนี้ช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อหยุดรถ เครื่องยนต์จะหยุดทำงานเมื่อเข้าเกียร์ว่าง หรือเมื่อเหยียบเบรก เมื่อผู้ขับขี่เหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์จะติดขึ้นโดยอัตโนมัติ บางครั้งเครื่องยนต์จะไม่ดับทุกครั้งที่หยุดรถ เพราะเทคโนโลยีนี้จะคำนวณปัจจัยต่างๆ เอง แต่จะไม่ดับเครื่องหากเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่  หรืออุณหภูมิเย็นไปหรือร้อนไป หรือเมื่อแบตเตอรี่อ่อน และเมื่อผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ผู้ขับขี่สามารถปิดระบบ Start/Stop ได้เมื่อต้องการโดยกดปุ่มที่กลางหน้าปัด ปุ่มที่มีไฟ LED จะสว่างอยู่หากระบบดังกล่าวกำลังทำงาน  ระบบ Start/Stop จะสามารถลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงลงได้ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยเมื่อขับขี่ในเมืองและนอกเมือง และ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อขับขี่นอกเมือง แล้วระบบนี้นอกจากช่วยเพิ่มความประหยัดแล้วยังเป็นตัวช่วยลดการปล่อยไอเสียอีกด้วย ฟังก์ชั่น Coast จะตัดการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเมื่อเรายกเท้าออกจากคันเร่งในความเร็วที่เกินจาก 65 กม./ชม.

             ระบบ Park Assist Pilot ระบบช่วยในการจอดรถอัตโนมัติ ถูกพัฒนาขึ้นเนื่องจากผลการวิจัยของ TNS เป็นบริษัทวิจัยระดับโลกพบว่า หนึ่งในสามของผู้ขับขี่ในยุโรปมีปัญหาในการจอดขนานขอบทาง ส่วนในอังกฤษ สองในสามของผู้ขับขี่ระบุว่าการจอดขนานขอบทางเป็นเรื่องยาก ระบบ Park Assist Pilot ช่วยให้จอดแบบขนานขอบทางได้อย่างง่ายดาย โดยที่ระบบอัจฉริยะจะควบคุมการบังคับเลี้ยวของรถเอง ผู้ขับขี่เพียงกำหนดความเร็วและเกียร์เท่านั้น ระบบนี้ทำงานโดยเซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิคที่ติดตั้งไว้ที่ด้านหน้าหลัง และข้างรถ

                    สรุปความรู้สึกหลังอยู่ด้วยกันหลายวัน สิ่งแรกที่มีมีความโดดเด่นเสมอคือระบบความปลอดภัย วอลโว่ยังคงพัฒนาระบบต่างๆต่อเนื่อง ก้าวล้ำเพื่อดูแลเพื่อนร่วมทางและผู้ขับ ขณะเดียวกันงานออกแบบเราก็ต้องบอกว่าซิกเนเจอร์ของเขาจะชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกแม้ว่าในเวลานี้ค้อนธอร์จะเด่นแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตามแฟนวอลโว่ที่ชอบความกะทัดรัดผมว่าคงต้องหลงรัก Volvo v40 T4 Facelift แน่นอนเรื่องพละกำลังทำได้ดีเป็นมาตรฐานอยู่แล้วเพิ่มเติมเข้ามาคือความประหยัด ราคา 1,749,000 บาท

    ***ลองสัมผัสด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ***

    ข้อมูลเทคนิค

    รุ่นรถ                                       Volvo v40 T4 Facelift

    แบบตัวถัง                                 hatchback 5ประตูขนาดกลาง

    มิติ(กว้าง xยาว x สูง มม.)            1,857 x 4,370 x 1,420

    แบบเครื่องยนต์                           เบนซินแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ Drive-E

    ความจุ                                    1,969 ซีซี.

    กำลังสูงสุด                               190 แรงม้า (hp) ที่ 4,700 รอบ/นาที

    แรงบิดสูงสุด                             300 นิวตัน-เมตร ที่ 1,300-4,000 รอบ/นาที

    ระบบส่งกำลัง                            อัตโนมัติ 6 สปีด ปรับตามสไตล์การขับขี่+เกียร์ทรอนิก

    พวงมาลัย                                 ระบบพวงมาลัยแรคแอนด์พิเนียน

    ความเร็ว 0-100 กม./ชม.              ใช้เวลา 6.9 วินาที

    ความเร็วสูงสุด                            200+ กม./ชม.(ประมาณ)

    ความจุถังน้ำมัน                           62   ลิตร

    ระบบขับเคลื่อน                           2 ล้อหน้า

    ขนาดล้อหน้า                             205/55 R16

    ขนาดหล้อหลัง                           205/55 R16

    ระบบเบรกหน้า/หลัง                     ดิสก์เบรก/ดิสก์เบรก ABS, EBD EBA, DSTC, HBA, RAB

    ผู้จำหน่าย                                 บริษัท วอลโว่คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด

    เว็บไซต์                                   www.volvocars.com


    Tags : Volvo v40 T4 Facelift

     
      
    view