Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

     

    New Honda City CNG

    New Honda City CNG

    เป็นอีกหนึ่งความ “คุ้มค่า” จากค่ายฮอนด้าที่ต้องยอมรับอย่างแท้จริง กับ Honda City CNG ซึ่งถือกำเนิดขึ้นภายใต้แนวคิด Advanced Cool Stunner เพื่อต่อยอดความสำเร็จในฐานะของการเป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเน้น “ความประหยัด” แต่เชื่อหรือไม่ว่า Honda City CNG ยังมาพร้อมกับสมรรถนะที่ “คาดไม่ถึง” อีกด้วยเช่นกัน




    Honda City CNG คือ อีกขั้นจของการพัฒนามาจากพื้นฐานของ Honda City เจนเนอเรชั่นที่ 4 เพราะฉะนั้นรูปลักษณ์ภายนอกจึงยังคงสวบงาม และทันสมัยในทุกรายละเอียด โดยสิ่งที่บ่งบอกความต่างด้านเชื้อเพลิงนั้นอยู่ในด้านหลังที่มากับเพลทตัวหนังสือ CNG สีเขียว ที่สื่อถึงความ “คุ้มค่า” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารนั้นก็ยังคงเป็นอารมณ์ของ New Honda City ที่คุ้นเคย เพียงแต่เพิ่มความสะดวกในการใช้งานไว้ด้วยสวิตช์เลือกประเภทเชื้อเพลิง และตำแหน่งไฟแสดงปริมาณก๊าซ ที่ติดตั้งอยู่บนคอนโซลในบริเวณเข่าขวาของตำแหน่งผู้ขับขี่เท่านั้น




    ส่วนรายละเอียดด้านสมรรถนะของ Honda City CNG จะประกอบด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร โดยติดตั้งชุดเชื้อเพลิงก๊าซ CNG เต็มระบบมาจากโรงงาน ประกอบด้วย ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด ควบคุมการจ่ายก๊าซ CNG ด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพสูง บริเวณด้านบนของเครื่องยนต์ โดยควบคุมการสั่งจ่ายเชื้อเพลิงก๊าซ CNG ด้วยกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ECU สำหรับเชื้อเพลิงก๊าซ CNG โดยเฉพาะ ในขณะที่ด้านหลังบริเวณห้องเก็บสัมภาระติดตั้งถังก๊าซความจุ 65 ลิตร ที่ผลิตจากเหล็กคุณภาพสูง เพื่อความทนทานต่อก๊าซแรงดันสูง อีกทั้งยังมีการออกแบบจุดยึดถังก๊าซ และโครงสร้างตัวถังที่แน่นหนา โดยมีแผงกั้นถังก๊าซสำหรับแบ่งสัดส่วน ซึ่งเหลือพื้นที่ถึง 282 ลิตร ไว้คอยอำนวยความสะดวก ส่วนตำแหน่งหัวรับเชื้อเพลิง CNG นั้นได้รับการออกแบบให้อยู่ใกล้กับจุดเติมน้ำมัน พร้อมลิ้นป้องกันการไหลย้อนกลับของก๊าซ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้น ตลอดจนมีการติดตั้ง ระบบ ECO Coaching ช่วยแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้เชื้อเพลิงอย่างรู้คุณค่า โดยวัดจากพฤติกรรมการเหยียบเบรก และคันเร่งของผู้ขับขี่แสดงผลด้วยการเปลี่ยนสีที่มาตรวัดเรืองแสง 




    โดยสมรรถนะของทั้ง 2 ประเภทเชื้อเพลิงได้ถูกแบ่งเอาไว้อย่างชัดเจน โดยเชื้อเพลิงน้ำมันจะให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบต่อนาที ในขณะที่ระบบก๊าซ CNG จะให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที 





    และการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ลงไปใน Honda City CNG ทำให้น้ำหนักตัวรถได้เพิ่มขึ้นอีกราวๆ 106 กก. ทำให้ต้องปรับเซ็ทระบบช่วงล่างใหม่ โดยจะมีความแข็งเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 4% ในด้านหน้า และ 15% ในด้านหลัง ส่งผลให้อารมณ์ของการขับขี่ในภาพรวมนั้นดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของการตอบสนองที่เกิดขึ้นจากทั้งระบบพวงมาลัย และชุดช่วงล่างที่สัมผัสได้ถึงความเฉียบคมในการควบคุม รวมถึงความหนักแน่น นุ่มหนึบ การยึดเกาะถนน และการทรงตัวบนความเร็วสูง ที่ช่วยยกระดับความมั่นใจในการขับขี่ทั้งในความเร็วต่ำ และความเร็วสูงได้ดีขึ้นอย่างชัดเจนเลยทีเดียว






    ด้านตัวเลขพละกำลังจากทั้งเชื้อเพลิงน้ำมัน และก๊าซ กลายเป็นเพียงสิ่งบอกความแตกต่างทันที เมื่อได้ทดลองขับ เพราะในการใช้ความเร็วเดินทางระดับ 100 – 120 กม./ชม. ทั้งระบบเชื้อเพลิงน้ำมัน หรือก๊าซ การส่งกำลังจากชุดเกียร์ CVT ยังคงทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม มีความต่อเนื่อง และลื่นไหล ทั้งยังเพิ่มความมั่นใจได้ดีในขณะเร่งแซง ซึ่งเมื่อเกิดการ Kick Down เพื่อเรียกพละกำลังสมองกลอัจฉริยะ จะสั่งตัดการทำงานด้วยเชื้อเพลิงก๊าซไปที่น้ำมันโดยอัตโนมัติทันที เพื่อให้เกิดการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจมากยิ่งขึ้น และจะทำการตัดการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อกลับไปใช้เชื้อเพลิงก๊าซโดยอัตโนมัติทันทีเช่นกัน เมื่อลดระดับรอบเครื่องยนต์ลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ และถ่ายทอดความ “คุ้มค่า” ให้สัมผัส เมื่อใช้งานปกติในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถือว่าเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน …และสามารถเรียกได้อย่างเต็มปาก เต็มคำว่า Honda City CNG คือ ยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ในเรื่องของความ “คุ้มค่า” ได้อย่างตรงประเด็นที่สุดแล้ว ณ ช่วงเวลานี้






    story/photo Rinratha

    Tags : New Honda City CNG

     
      
    view