Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

     

    ให้มันเป็นสีชมพู ที่ภูลมโล

     ให้มันเป็นสีชมพู ที่ภูลมโล



    ให้มันเป็นสีชมพู ….ที่ภูลมโล

    ภาพของความสวยงามที่เกิดขึ้น มักจะมีเสน่ห์ในตัวของมันโดยธรรมชาติที่แต่งแต้ม พญาเสือโคร่งต้นไม้ที่ให้ดอกสีชมพูหรือจะเรียกว่าซากุระเมืองไทยเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่มีความสวยงามไม่แพ้ใครและตอนนี้ก็หาดูได้แล้วในดินแดนอีสาน

    การเดินทางย่อมต้องการผู้ร่วมทางที่ดี พาหนะก็เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทร่วมทุกๆ ครั้ง ของการออกทริป ไม่ว่าจะเป็นรถอะไรเพียงแต่เรามีจุดมุ่งหมายที่จะไปเพียงเท่านี้เราก็มองเห็นความสุขรออยู่ตรงหน้าแล้วแหละครับ สถานที่เที่ยวที่อยากจะไปในครั้งนี้นั้น มีเสียงร่ำลือกันหนาหูทั้งในทีวี เฟชบุ๊ค จนทำให้เราอยากที่จะไปเห็นด้วยตาตัวเองว่าเป็นอย่างที่เขาร่ำลือกันจริงรึเปล่า “ภูลมโล” สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในช่วงหน้าหนาว อยู่ในจังหวัดเลย แต่สามารถเดินทางไปได้ถึงสามทาง คือขึ้นทางจังหวัดเลยที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดพิษณุโลก ขึ้นทางอุทยานภูหินร่องกล้า จังหวัดเพชรบูรณ์ ขึ้นทางภูทับเบิก แล้วแต่ใครสะดวกที่จะขึ้นทางไหน  





    7.00 น. ได้เวลาออกเดินทาง ของทุกชิ้นถูกนำมาเก็บไว้ครบถ้วนทางด้านหลังของฮุนได เวโลสเตอร์ 1.6 เทอร์โบ สีดำด้าน รถที่ออกแแบบมามีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วยมีประตู 2+1 เพื่อความสะดวกสบายในการขึ้นลงไม่รบกวนผู้ที่นั่งด้านหน้าต้องคอยลงมาเปิดประตู  เวโลสเตอร์คันนี้จะมาเป็นผู้ร่วมทางกับเราด้วยในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะดูเป็นรถสปอร์ตที่เหมาะจะวิ่งโฉบเฉี่ยวภายในเมือง แต่ผมก็พร้อมที่จะพาเจ้าสุดหล่อคันงามออกไปเปิดโลกกว้างพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นที่ใดๆ ในเมืองไทยของเราก็ตาม  




    วันสบายๆ แบบนี้ผมเลือกใช้ถนนสายเอเชียวิ่งเข้าจังหวัดพิษณุโลก เมื่อเข้าสู่เส้นทางขึ้นภูหินร่องกล้าจะมีการซ่อมไหล่ทางถนนเป็นระยะยาวพอสมควรแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด กำลังรถ 1.6 ที่ติดเทอร์โบมาพร้อมให้กำลังเหลือเฟือในช่วงที่ต้องขับขึ้นลงเขา อากาศกำลังเย็นสบายผมจึงปิดแอร์แล้วลดกระจกลง พร้อมทั้งเปิดซันรูฟเพื่อให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ท่ามกลางป่าเขา จนมาถึงปากทางขึ้นภูลมโล ที่อยู่ในหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง  ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าอย่างไรก็จะขับรถของตัวเองขึ้นไปด้วยให้ถึงที่ แต่เมื่อเห็นเส้นทางเข้าไปแล้วก็ต้องถอดใจ ไปติดต่อรถปิกอัพที่มีไว้บริการนั่งท่องเที่ยวดีกว่า ค่ารถไปกลับ 600 บาท จะใช้เวลาอยู่ในนั้นนานเท่าไหร่ก็ได้ไม่กำหนดเวลา





    รถปิกอัพ 4x4  พร้อมคนขับพาเราออกจากปากทางเข้าไปที่ภูลมโลใช้เวลาประมาณ  20 นาที ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เส้นทางที่ดูเหมือนจะไม่โหดเท่าไหร่แต่อุปสรรคอยู่ที่ถนนเป็นดินแดงตลอดทั้งสายแถมยังมีหลุมใหญ่สลับเล็กบ้างอยู่เป็นระยะๆ ก็ทำให้การเดินทางนั้นต้องขับไปอย่างช้าๆ แต่ก็ดีไปอีกแบบ เพราะตามจุดที่รถวิ่งผ่านเข้าไปเราจะเห็นต้นพญาเสือโคร่งออกดอกบานเต็มต้นอยู่เต็มไปทั่วทั้งภูเขา 




    สิ่งที่ผมอยากจะพบในวันนี้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที เมื่อพี่คนขับรถพามายังจุดพักแรกถนนทั้งเส้นเต็มไปด้วยต้นพญาเสือโคร่งช่างงดงามอย่างที่เขาบอกจริงๆ ยิ่งได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแล้วด้วยต้องบอกว่าถ้าผมตัดสินใจช้าไปก็คงจะไม่ได้เห็นความสวยงามแบบนี้คงต้องรออีกทีก็ปีหน้า เพราะต้นไม้พันธุ์นี้จะออกดอกมากในช่วงเดือนมกราคมของทุกปีขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆ ด้วย แต่ปีนี้ผลิบานเร็วกว่าทุกๆ ปี จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาชมความงามของดอกซากุระเมืองไทยกันจนไม่ขาดสาย





    จากจุดแรกเรานั่งรถปุเลงปุเลงต่อเข้าไปอีกยังจุดที่เป็นไฮไลท์  แต่กว่าจะเข้าไปถึงก็แทบแย่เพราะต้องนั่งอยู่ในรถที่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนเล่นม้าโยก แต่สุดท้ายฉากเบื้องหน้าที่ได้เห็นก็เป็นอย่างที่เขาบอกกันมาจริงๆ  เราได้พบกับพญาเสือโคร่งบนพื้นที่อันกว้างใหญ่ มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ดอกสีชมพูสดใสเต็มไปทั่วทั้งทุ่ง นับแสนต้น ที่ชาวม้งได้มาปลูกไว้ บนระดับความสูง 1800 เมตรจากระดับน้ำทะเล อาจจะเรียกได้ว่าเป็นวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้




    เราใช้เวลาในการเดินชมนานพอสมควรแทบจะไม่อยากออกไปจากที่นี่เลย  ไปมาก็หลายที่แต่บนภูลมโลผมว่ามันวิเศษมากจริงๆ อากาศดี ต้นไม้สวย ทิวทัศน์งาม ทางที่ขึ้นมาก็สวย เสียดายก็แต่ผมเอารถส่วนตัวเวโลสเตอร์ขึ้นมาไม่ได้ แต่ครั้งหน้าผมจะขับ ฮุนได ทูซอน  ขึ้นมาเที่ยวที่นี่อีกครั้งอย่างแน่นอน






    บนนี้มีจุดชมวิวสวยๆ อยู่หลายจุดเลยทีเดียว สุดท้ายพี่คนขับก็พาผมขึ้นไปบนยอดภูลมโล แต่ตรงนี้รถขึ้นไปไม่ถึงต้องเดินเท้าขึ้นไปอีกหนึ่งกิโลเมตร เมื่อขึ้นไปถึงเราจะพบกับชะง่อนหินซึ่งเป็นจุดหนึ่งสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น  แต่สำหรับผมแล้วจุดนี้ถ้ามาถึงก็นับว่าคุ้มแล้วครับ บนนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนวิวทิวทัศน์ก็จะดูสวยไปหมด  สบายตามากๆ  เรานั่งพักกันอยู่สักครู่ก็เดินกลับลงมาขึ้นรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ 




    ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าทางที่ผมขับผ่านตอนขามาที่คิดว่าไม่มีอะไร เมื่อมาถึงก้อนหินใหญ่ริมถนนต้องร้องบอกให้พี่คนขับหยุดรถให้อีกครั้ง ตรงจุดนี้เองที่ผมเห็นใครๆ ก็มาหยุดถ่ายรูป ผมเองกับเพื่อนก็ลองลงไปสำรวจดู ความจริงก็ปรากฏเมื่อขึ้นไปยืนบนก้อนหินแล้วหันกลับไปมอง เราจะเห็นเส้นถนนทอดยาวมีต้นไม้ใหญ่เพียงหนึ่งต้นเป็นเส้นนำสายตา เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกกล้องถ่ายรูปมาบันทึกภาพเก็บไว้ มันเป็นภาพที่ผมไม่รู้จะบรรยายอย่างไรให้ได้รู้สึกร่วมไปด้วยกัน คงต้องมาสัมผัสความงามกันด้วยตาตัวเองแล้วจะรู้ว่าความงดงามบนผืนภูลมโลแห่งนี้เขางดงามเพียงใด  






    ผมไม่มีอะไรที่ติดใจอีกแล้ว บอกได้คำเดียวเลยว่า “สุดยอด” ของพญาเสือโคร่งต้องมาชมกันที่นี่  ที่นี่เป็นสวรรค์สีชมพูจริงๆ น่าเสียดายที่ผมเตรียมมาพักกันแค่คืนเดียวไม่อย่างนั้นวันรุ่งขึ้นผมต้องขึ้นมาอยู่ที่นี่อีกเป็นแน่  เมื่อมาถึงที่จอดรถผมโบกมือลาพี่คนขับที่เป็นไกด์ไปในตัวให้ด้วย  พร้อมกับบอกว่าปลายปีหน้าผมจะขึ้นมาเที่ยวอีกครั้งแต่ผมจะขับรถขึ้นมาเองแล้วจะนอนพักค้างคืนที่โฮมสเตย์บนนั้น 1 คืนแน่นอนครับ   เป็นอันสมหวังไปกับสิ่งที่ตั้งใจไว้อีกหนึ่งอย่างผมขับรถลงไปยังที่พักในอุทยานภูหินร่องกล้าพักแรมกันที่นี่ 1 คืน บรรยากาศดีมาก นักท่องเที่ยวมานอนกางเต็นท์รับลมหนาวกันจนเต็มพื้นที่ โอกาสที่เมืองไทยจะหนาวจัด และหนาวนานหาไม่ได้มากนัก คงเป็นอิทธิพลความกดอากาศต่ำจากประเทศจีนหลายระลอกที่ทำให้ประเทศไทยของเราได้รับอานิสงค์ของความหนาวเย็นไปด้วย





    ทริปนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ ด้วยความตั้งใจ มีเพื่อนคู่ใจ มีรถคู่กายที่ดี ไม่ว่าที่แห่งนั้นจะไกลหรือใกล้เพียงใดเราก็จะไปให้ถึง  สำหรับผมแล้วการได้เดินทางท่องเที่ยวก็ถือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่การที่ผมมีรถคู่ใจมาร่วมเดินทางด้วยยิ่งทำให้ผมมั่นใจทุกครั้งที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วทริปหน้าพบกับผมที่เกาะช้าง สีสันแห่งท้องทะเล





    Guide Trips

    จาก กรุงเทพฯ - อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ระยะทางประมาณ 466 กิโลเมตร 
มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ประมาณ 208.8 กิโลเมตร ท่านจะถึงสามแยกไฟแดง บริเวณหน้าห้าง Big C นครสวรรค์ ตรงไปจังหวัดกำแพงเพชร ถนนหมายเลข 1 เลี้ยวขวาไปจังหวัดพิษณุโลก ถนนหมายเลข 117 ให้ท่านเลี้ยวขวาไปจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นขับตรงไปประมาณ 131 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2013 ขับตรงไปมุ่งหน้าสู่อำเภอนครไทยประมาณ 29 กิโลเมตร  เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 2331  ขับตรงไปมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าประมาณ 4.3 กิโลเมตร  เลี้ยวซ้ายขับตรงไปประมาณ 23.2 กิโลเมตร ก็จะถึงฐานพัชรินทร์ ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ ขับไปประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือแล้วขับต่อไปที่ หมู่บ้านร่องกล้าก็จะถึงปากทางเข้าไปภูลมโล



    ที่พักริมทาง

     อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทรศัพท์ 0-5535-6607, 08-1596-5977


    สิ่งที่ควรเตรียม


    เสื้อกันหนาว
    ยาประจำตัว
    กล้องถ่ายรูป
    รองเท้าผ้าใบ

    Story/กองบรรณาธิการ   Photo/ nine

    Tags : travel

     
      
    view